หน้าเว็บ

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

Michel Foucault กับรัฐเสรีนิยมใหม่: วินัย/ วิชา และสภาวะปกติ/ สภาวะที่ผิดปกติ

 

ดำรงวิชาการ 3, 5 (ม.ค. - มิ.ย. 2547) หน้า 271-290

https://drive.google.com/open?id=0B39teI__InfYN1phZVN0UElXYWc

ได้รับไฟล์มาจากคุณ Pipat Pasutarnchat ขอบคุณค่ะ

วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทความที่มีPDF

ปีที่พิมพ์

ชื่อบทความ

วารสาร/หนังสือ

รายละเอียด

หน้า

ตัวเล่ม

2526 Historicism หลังเฮเกล รันเก และ โครเช่ รัฐศาสตร์สาร 9, 3 (ก.ย.-ธ.ค.26) 1-36

2529 มิเชล ฟูโก,"ว่าด้วยการปกครอง (On Governmentality) จุลสารไทยคดีศึกษา 4,2 (ธ.ค.2529) 96-103  
2538 ภาพตัวแทน แทนสิ่งที่แทนไม่ได้ จุลสารไทยคดีศึกษา 12, 1 (ส.ค.-ต.ค. 2538) 16-18  
2539 ประชาธิปไตยไทยหลังสมัยใหม่ จินตนาการสู่ปี 2000 : นวกรรมเชิงกระบวนทัศน์ด้านไทยศึกษา? สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย 297-342  
2540 มนุษย์โรแมนติคกับการบริโภคภาพเสรี จุลสารไทยคดีศึกษา 13, 3 (ก.พ.-เม.ย. 2540) 10-15  
2541 "ผีของมาร์กซ์" และ "ผีในมาร์กซ์" ข้อวิจารณ์ประวัติศาสตร์นิยมของพ็อพเพอร์และอัลธุสแซร์

รัฐศาสตร์สาร

20, 2 (2541)

1-55

 
2541

“วิจารณ์หนังสือว่าด้วย "สิว" "ผ้าอนามัย" และ "เยื่อพรหมจรรย์" Joan Jacobs Brumbergs, the body project : an intimate history of American girl, New York : Random House, 1997”

รัฐศาสตร์สาร 20, 2 (2541) 205-217  
2541 ภาพตัวแทนของตูด เผยร่าง-พรางกาย: ทดลองมองร่างกายในศาสนา ปรัชญาการเมือง ปรวัติศาสตร์ ศิลปะ และมานุษยวิทยา โครงการจัดพิมพ์คบไฟ 261-286  
2542 "ท่อง" ไปในแดนโพสต์โมเดิร์น: ความเหมือน/อัตลักษณ์และความแตกต่างในการเมือง รัฐศาสตร์สาร 21, 2 (2542) 333-382  
2542 อาณาเขตสาธารณะ/ประชาสังคมและนักมานุษยวิทยากับคนชายขอบ จุลสารไทยคดีศึกษา 15, 4 (พ.ค.-ก.ค. 2542) 16-37  
2543 อภัยวิถี: เทววิทยาทางการเมือง ความทรงจำและความหลงลืมของประวัติศาสตร์ไทย รัฐศาสตร์สาร 22, 1 (2543) 130-183 2543p1[6][5]
2545 ประวัติศาสตร์ครอบครัวตะวันตก: ประวัติศาสตร์คนใช้และการใช้คน รัฐศาสตร์สาร 23, 3 (2545) 1-49 2545p3[6][2]
2546 ประวัติศาสตร์และสหวิทยาการ: ชาตินี้เราคงรักกันไม่ได้ รัฐศาสตร์สาร 24, 2 (2546) 297-334  
2547 สภาวะสมัยใหม่ของวัฒนธรรมการอ่าน : ห้องสมุดกับการเผชิญหน้ากันของ ตา และ หู วารสารไทยคดีศึกษา 1, 2 (เม.ย.-ก.ย. 2547) 67-92  
2547 แนวความคิดเรื่องความชอบธรรม งานวิจัยเสนอต่อสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข      
2547 Michel Foucault กับรัฐเสรีนิยมใหม่: วินัย/ วิชา และสภาวะปกติ/ สภาวะที่ผิดปกติ ดำรงวิชาการ 3, 5 (ม.ค. - มิ.ย. 2547) 271-290  
2548 "เหลี่ยมมุม" ของตัวต่อเลโก (Lego) : อำนาจท้องถิ่นกับจักรวรรดิ พระอัจฉริยคุณในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว : เอกสารการสัมมนาทางวิชาการเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองศุภวาระ 200 ปี แห่งพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สถาบันไทยคดีศึกษา, 2548 187-230  
2548 ความรู้ต้อง(ไม่)ห้าม: จักรญาณนิยม เอกสารประกอบคำบรรยาย "โครงการจัดประชุมวิชาการระดับชาติ เวทีวิจัยมนุษยศาสตร์ ครั้งที่ 2 โรงแรมโลตัส ปางสวนแก้ว เชียงใหม่ วันที่ 9-11 สิงหาคม 2548      
2549 “(การร่วม) เพศนอกสถาบันการแต่งงานในฐานะ 'ระเบิด': จากประวัติศาสตร์ 'การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง' ถึง 'เพศศึกษา'...เมื่ออุดมการณ์ประสานกับวิทยาการทางการแพทย์”

รัฐศาสตร์สาร

27, 3 (ก.ย.-ธ.ค.2549)

1-55

2549p3[6][5]
2549 สิงคโปร์ ภาพฝันของประเทศด้อยพัฒนา จากภาพสะท้อนของคนเดินทาง Dome 6, (April-June 2006) 50-60  
2549 การรวมศูนย์ศิลปะของการกระจายตัวของศิลปะและการเมือง งานวิจัยเสนอต่อ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์      
2550 บทแนะนำหนังสือ James D.Tabor, The Jesus Dynasty : the hidden history of Jesus, hisroyal family, and the birth of christianity, (New York: Simon & Schuster, 2006) รัฐศาสตร์สาร 28, 1 (ม.ค.-เม.ย.2550), 353-359  
2550 ไปดูนาวาเสรีประชาธิปไตยล่มปากอ่าว

บทความสำหรับเสนอในที่ประชุมวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์แห่งชาติ ครั้งที่8 (พ.ศ.2550) "เมืองไทยในระยะเปลี่ยนผ่าน"

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ ศูนย์การค้าและนิทรรศการนานาชาติ (ไบเทค บางนา) กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคม 2550

   
หลัง 2543? ความเป็นอนิจจังของอาหารจีนชั้นสูงในกรุงเทพฯ: การเดินทางสู่เส้นทางของอาหาร "ประชาธิปไตย" ไม่ปรากฏรายละเอียดที่มา
พบในคลิปเผยแพร่สัมภาษณ์ รศ. ธเนศ วงศ์ยานนาวา ว่าด้วยเรื่อง "อาหารและการเมือง" กับการศึกษา "อาหาร" ในสังคมศาสตร์
     

 

หมายเหตุ

1. ตัวเล่ม หมายถึง หนังสือที่มีไว้ในครอบครองของตัวเอง

2. ไฟล์ส่วนใหญ่มาจากคุณ Fxxknoevil และคนอื่นๆ ที่หาได้จากชุมชนฟ้าเดียวกัน แฟนคลับอาจารย์ ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ 12/12/16 ล่าสุดได้รับไฟล์จาก Pipat Pasutarnchat ขอบคุณค่ะ

3. หากท่านใดใจดี มีไฟล์นอกเหนือจากนี้เพิ่มเติม แล้วอยากประชาสัมพันธ์ ทางเราก็ยินดีค่ะ สามารถติดต่อได้ทางเมล์ yanathorn@gmail.com

มิเชล ฟูโก,"ว่าด้วยการปกครอง (On Governmentality)

 

https://www.4shared.com/office/wl-BqwrTba/-----_copy.html

 

มิเชล ฟูโก,"ว่าด้วยการปกครอง (On Governmentality)," แปลโดย ธเนศ วงศ์ยานนวา ใน จุลสารไทยคดีศึกษา 4,2 (ธ.ค.2529) 96-103

 

ขอบคุณไฟล์จากคุณ Pipat Pasutarnchat pipatens@hotmail.com ส่งไฟล์มาให้อัพโหลดขึ้นเวบค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Voice of the Day: ธเนศ (วงศ์) ผู้ส่งต่อความรู้ (และอื่นๆอีกมากมาย)



ถ้าจะกล่าวถึง โลกโพสต์ โมเดิร์น ชื่อของ รศ. ธเนศ วงศ์ยานนาวา ดูจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ซึ่งนอกจากคาแรคเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของ อ.ธเนศ ผลงานวิชาการเนื้อหาคมคายจำนวนมาก ทำให้ใครหลายคนต้องยอมสยบเป็นสาวก และยกสถานะเจ้าพ่อโพสต์ โมเดิร์น ให้ Voice of the Day จะพาคุณผู้ชมไปพบกับ อ.ธเนศ เพื่อไขข้อสงสัยถึงความคิดเบื้องหลังชีวิต และการทำงาน รวมถึงการประกอบอาชีพครู กว่า 40 ปี ของ เจ้าพ่อแห่งวงการโพสต์ โมเดิร์น ผู้นี้

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ปรากฏการณ์ "ธเนศ วงศ์ยานนาวา"

 

Thu, 2014-04-24 09:27

อธิป จิตตฤกษ์

สัก 10 ปีทีแล้ว “ธเนศ วงศ์ยานนาวา” คงไม่ใช่ชื่อที่จะคุ้นหูใครนอกจากลูกศิษย์ลูกหาของธเนศในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ธเนศเป็นผู้บรรยายประจำอยู่มายาวนานและลูกศิษย์มหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่ธเนศได้ไปเป็นผู้บรรยายพิเศษ (เช่นมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และมหาวิทยาลัยศิลปากร)

... และ “นักอ่าน” ทั่วไปคงแทบไม่เคยได้ยินชื่อของนักวิชาการนาม ธเนศ วงศ์ยานนาวา หรือกระทั่งคุ้นหูกับนามปากกา ธนา วงศ์ยานนาเวช ผู้เขียน "วิจารณ์" ภาพยนตร์ประจำสยามรัฐสัปดาวิจารณ์ (และมติชนสุดสัปดาห์ในเวลาต่อมา) ได้ชวน “ปวดกบาล” และไม่สู้จะเกี่ยวกับภาพยนตร์เท่าไรในมาตรฐานงานวิจารณ์ภาพยนตร์ทั่วไปในสังคมไทย

ดังนั้นเมื่อ 10 ปีก่อนเวลากล่าวถึงนักวิชาการชื่อ “ธเนศ” สาธารณชนดูจะนึกถึงนักประวัติศาสตร์และนักวิจารณ์สังคมรุ่นใหญ่ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์อเมริกันอย่าง ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ หรือนักวิชาการล้านนาอย่าง ธเนศวร์ เจริญเมือง มากกว่า เพราะอย่างน้อยๆ นักวิชาการสองท่านนี้ก็มีข้อเขียนสื่อสารกับสาธารณชนมากกว่า “นักอะไรก็ไม่รู้” อย่าง “ธเนศ วงศ์ยานนาวา”

ก่อนปี พ.ศ. 2550 หนังสือของธเนศ วงศ์ยานนาวา มีตีพิมพ์ขายในท้องตลาดเพียงแค่ชิ้นเดียวคือ  เช เกวารา กับความตาย ในปี 2541 [1] ใครอยากอ่านงานของธเนศถ้าจะไม่ไปตามหาต้นฉบับบทความฉบับสำเนาอ่าน (ราวกับอยู่ในศตวรรษที่ 16-17 ที่ปัญญาชนไม่นิยมพิมพ์หนังสือแต่จะให้มิตรสหายเวียนกันอ่านต้นฉบับลายมือ) ก็ต้องไปไล่ตามอ่านบทความเชิงวิชาการของธเนศที่กระจัดกระจายอยู่ตามวารสารวิชาการฉบับต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน รัฐศาสตร์สาร ของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ วารสารสังคมศาสตร์ ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [2]

แม้ว่าธเนศจะไม่มีตัวตนในโลกสาธารณะของนักอ่านทั่วไป แต่ในโลกวิชาการ ธเนศในวัย 20 กลางๆ  ดูจะเปิดตัวด้วยบทความวิชาการแรกด้วยบทความเกี่ยวกับกระแสความคิด “ประวัติศาสตร์นิยม” และนักคิดอิตาเลี่ยนที่วงวิชาการไทยในตอนนั้น (หรือกระทั่งตอนนี้) ไม่คุ้นหูนักอย่าง Benedetto Croce มาในปี 2526 [3] ก่อนจะมาออกบทความ 4 ชิ้นเกี่ยวกับนักคิดฝรั่งเศสที่โด่งดังเป็นพลุแตกเรียบร้อยแล้วในอเมริกาแต่นักวิชาการไทยตอนนั้นก็ไม่ค่อยรู้จักอย่าง Michel Foucault ในช่วงตั้งแต่ปี 2528-2531 [4] ก่อนจะหายไปร่ำเรียนต่อ และกลับมาผลิตงานอีกทีใน 2537

ช่วงตั้งแต่ปี 2537-2550 ธเนศมีบทความตีพิมพ์ลงในวารสารและหนังสือวิชาการเฉลี่ยปีละราว 2-3 บทความมาโดยตลอด ซึ่งเนื้อหาก็มีสารพัดและคาบเกี่ยวกันไปมาดังสมญาที่ธเนศได้มาภายหลังว่า “มนุษย์ที่จัดประเภทไม่ได้” เพราะงานของธเนศมีเนื้อหาตั้งแต่ปรัชญาประวัติศาสตร์ [5] สุนทรียศาสตร์ [6] ทฤษฎีความรู้ [7] ทฤษฎีการเมือง [8] ประวัติศาสตร์ภูมิปัญญา [9] ประวัติศาสตร์เพศ [10] ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรม [11] วัฒนธรรมอาหาร [12] ยันงานที่พูดถึงวัฒนธรรมของวัฒนธรรม [13] ซึ่งก็ยังไม่ต้องนับงานที่จัดประเภทได้ยากอาทิ "มนุษย์โรแมนติคกับการบริโภคภาพเสรี" [14] ที่คาบเกี่ยวระหว่างสุนทรียศาสตร์และทฤษฎีการเมืองไปจนถึง “งานในตำนาน” อย่าง “ภาพตัวแทนของตูด” [15] ที่ดูจะต่อต้านการจัดประเภทงานวิชาการตามปกติในสังคมไทยโดยสิ้นเชิง

งานอันมหาศาลของธเนศนี้สร้างชื่อเสียงให้กับธเนศในวงวิชาการเป็นหลัก แต่ก็ไม่ได้ทำให้สาธารณชนนอกโลกวิชาการรู้จักธเนศแต่อย่างใด อย่างไรความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในปี 2550 อันเป็นปีที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรได้ตีพิมพ์หนังสือ ปฏิวัติบริโภค: จากสิ่งของฟุ่มเฟือยมาสู่สิ่งจำเป็น [16] ที่ในตอนแรกเป็นเอกสารประกอบปาฐกถายาวเฟื้อยของธเนศในงานประชุมประจำปีของทางศูนย์มานุษยฯ ออกมาขายในท้องตลาด และขายหมดเกลี้ยงในที่สุด

หลังจากนั้นก็เริ่มมีการตีพิมพ์งานของธเนศมาสารพัดรูปแบบตั้งแต่การรวมบทความเก่าๆ พร้อมเพิ่มบทนำใหม่[17] ไปจนถึงการตีพิมพ์รวมบทความนำเสนอหรืองานวิจัยที่ยังไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อนออกมาเป็นหนังสือเล่ม[18] ไปจนถึงการรวมบทความที่เคยตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ [19] ไปจนการรวมเอาทั้งงานวิชาการและงานตามหน้าหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์มารวมกันพร้อมเพิ่มบทนำ [20]

ตั้งแต่ปี 2550 ถึงปัจจุบันนี้มีการตีพิมพ์หนังสือของธเนศออกมารวม 13 เล่ม ซึ่งถ้านับแค่ช่วงเวลานี้นี้ น่าจะเรียกได้ว่าธเนศเป็นนักวิชาการที่มีหนังสือออกมากกว่าปีละเล่มด้วยซ้ำ และถ้านับรวมการพิมพ์ซ้ำของหนังสือขายดีอย่างเพศ: จากธรรมชาติ สู่จริยธรรม จนถึงสุนทรียะ ว่าเป็นหนังสือที่ธเนศออกมาอีกเล่มแล้ว ปี 2550-2556 ธเนศมีการออกหนังสือมาในท้องตลาดหนังสือในโลกภาษาไทยถึงปีละ 2 เล่มด้วยกัน

ประเด็นของงานธเนศที่ออกมาสู่ท้องตลาดนั้นหลากหลายดังเช่นงานของธเนศในยุคที่เขียนบทความวิชาการลงในวารสาร กล่าวคือมีตั้งแต่ปรัชญาการเมือง ศิลปะ เพศ ดนตรี ไปจนถึงงานเกียวกับทฤษฎีสังคมวัฒนธรรม

ซึ่งงานของธเนศทั้งหมดก็ไม่ใช่งานที่มีเนื้อหาอันจะอ่านกันรู้เรื่องได้ง่ายๆ ดังนั้นมันก็จึงมีคำถามกันว่า "ทำไมอยู่ดีๆ เหล่างานเขียนอันชวนอันปวดกบาลเหล่านี้จึงมาได้รับความนิยม?" กล่าวคือทำไมถึงเกิด “ปรากฎการณ์ธเนศ” ขึ้น?

กระแสการตื่นตัวทางการเมืองของสาธารณชนไทยดูจะไม่ใช่คำตอบที่ดีนัก เพราะถึงความนิยมของงานธเนศจะปรากฎหลังรัฐประหาร 2549 อันเป็นยุคทองของการออกข้อเขียนเกี่ยวกับการเมืองไทยของนักวิชาการทุกขั้วการเมือง (หรือกระทั่งผู้ที่วางตนเป็นกลาง) แต่งานของธเนศทั้งหมดก็ดูจะเป็นงานวิชาการในท้องตลาดหนังสือไทยที่ห่างไกล “การเมืองไทย” ที่สุดแล้ว เพราะอย่าว่าแต่งานของธเนศจะไม่พูดถึงการเมืองไทยเลย การพูดถึงสิ่งต่างๆ ที่กำลังเกิดและเคยเกิดในพื้นที่ๆ ปัจจุบันเรียกว่าประเทศไทยก็แทบจะไม่เคยมีปรากฏในงานธเนศที่ได้รับการตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือเล่มเลย

กระแสของการเอานักวิชาการน้อยใหญ่ไปออกสื่อที่ต่อเนื่องและขยายตัวจนถึงทุกวันนี้จนทำให้ “นักวิชาการ” ไม่น้อยแจ้งเกิดในสายตาของสาธารณชนในฐานะนักวิชาการผู้ทรงภูมิความรู้ในประเด็นต่างๆ (แม้ชีวิตประจำวันของท่านๆ เหล่านั้นบางท่านอาจจะไม่ได้ทำการค้นคว้าวิจัยเขียนงานใดๆ ที่น่าจะเข้าข่ายงานวิชาการก็ตาม) ก็ดูจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับชื่อเสียงของธเนศ เพราะธเนศน่าจะเป็นนักวิชาการคนหนึ่งที่ไม่เคยออกรายการโทรทัศน์เลยแม้แต่ครั้งเดียว และก็ไม่ใช่นักวิชาการที่สื่อโทรทัศน์จะเคยไปสัมภาษณ์ในฐานะ "ผู้เชี่ยวชาญ" เพื่อประกอบข่าวเลยแม้แต่ครั้งเดียวเช่นกัน [21]

การขยายตัวของการใช้อินเทอร์เน็ตและเว็บเครือข่ายสังคมก็ดูจะไม่ใช่คำอธิบายที่ดีนักในการอธิบายความ "ป๊อป" ของธเนศ เพราะธเนศก็ไม่ใช่นักวิชาการที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับสาธารณชนบ่อยๆ ทางเฟซบุ๊คอย่าง สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล (ที่โด่งดังได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการตีพิมพ์หนังสือในท้องตลาดโดยสำนักพิมพ์ แต่ “ตีพิมพ์” ความคิดของตนออนไลน์แทน – ซึ่งก็เป็นปรากฎการณ์ที่น่าสนใจเช่นกัน) อย่างน้อยๆ ปรากฏการณ์ "ถาม-ตอบปัญหากับ ธเนศ" ในกลุ่มเฟซบุ๊คก็ดูจะเป็นสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2556 [22]

คำตอบของความฮิตของงานธเนศ ในทรรศนะของผู้เขียนดูจะเป็นการที่งานของธเนศนั้นได้ตอบโจทย์ของ "ตลาดนักอ่านที่มองไม่เห็น" ที่มีมาตลอดในไทย กล่าวง่ายๆ คือ มีความต้องการอ่านงานต่างๆ ในประเด็นที่ธเนศเขียนนั้นมีอยู่แล้วในไทย เพียงแต่ไม่มีใครเขียนมันออกมา หรือตีพิมพ์มันออกมาเท่านั้น

แน่นอนว่าส่วนหนึ่งนักอ่านเหล่านี้เป็นนักอ่านหนังสือประเทืองปัญญาทั่วไป แต่ก็ยากจะปฏิเสธได้ว่านักอ่านงานของธเนศจำนวนมากก็คือลูกศิษย์ลูกหาของธเนศที่เป็นผลผลิตจากการสอนหนังสือของธเนศในแบบที่ไม่เหมือนใครมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 นั่นเอง (ซึ่งลูกศิษย์ของธเนศจำนวนไม่น้อยก็ไปมีลูกศิษย์ของตนอีกที) และนั่นดูจะเป็น "ฐานผู้อ่าน" ที่เข้มแข็งของธเนศอันทำให้มีการตีพิมพ์งานวิชาการและกึ่งวิชาการธเนศสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ทำให้สำนักพิมพ์ “เจ๊ง” ไปเสียก่อน

สิ่งที่ตลกคือ ถ้าปี 2550 เป็นจุดเริ่มของความฮิตของธเนศปีนั้นก็ดูจะเป็นปีที่ธเนศเริ่มลดอัตราการผลิตบทความทางวิชาการอย่างมีนัยยะสำคัญ เพราะช่วงปี 2550-2552 งานวิชาการของธเนศก็มีตีพิมพ์ในวารสารวิชาการราวๆ ปีละ 1 ชิ้นเท่านั้น และช่วงตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมาธเนศก็แทบจะไม่มีบทความวิชาการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการเลย และงานของธเนศที่พิมพ์ๆ กันออกมาอย่างต่อเนื่องนั้นในส่วนงานวิชาการก็ดูจะเป็นการนำงานที่ธเนศเขียนสั่งสมมาเป็นสิบปีมารวมเป็นหนังสือไม่น้อย

ซึ่งสิ่งที่น่าทึ่งไม่น้อยคืองานเก่าๆ ของธเนศก็ยังสามารถถูกอ่านทุกวันนี้ได้อย่างร่วมสมัยอยู่ โดยมันก็ถูกรวมเข้ากับบทความที่เขียนในช่วงเวลาต่างๆ กันในเวลาราว 20 ปีได้อย่างไม่ขัดเขิน

และสุดท้ายสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดก็อาจจะเป็นการที่ทั้งๆ ที่งานของธเนศถูกตีพิมพ์มาปีละ 2 เล่มติดต่อกันมาเป็นเวลา 7 ปี แต่งานทางวิชาการของธเนศอีกกว่าครึ่งก็นับว่ายังไม่ได้ถูก "รวมเล่ม" เป็นหนังสือของธเนศด้วยซ้ำ

เพราะอย่างน้อยๆ บทความในตำนานของธเนศอย่าง "ภาพตัวแทนของตูด" ก็ไม่ใช่บทความที่จะหาอ่านได้ง่ายๆ สำหรับนักอ่านทั่วไป และบทความที่ถูกเขียนมาภายใต้ทักษะความชำนาญอันเอกอุที่สุดประการหนึ่งของธเนศอย่างเรื่อง "อาหาร" ก็ยังไม่มีการถูกตีพิมพ์รวมเล่มมาเช่นกัน

สุดท้าย ที่น่าสนใจที่สุด บทความประเภทที่ธเนศเขียนออกมามากที่สุดอย่างทฤษฎีการเมืองนั้นก็ดูจะไม่ได้ถูกสำนักพิมพ์ในเชิงพาณิชย์ตีพิมพ์รวมเล่มออกมาแม้แต่เล่มเดียวทั้งๆ ที่ถ้าเอาบทความจำพวกนี้มารวมกันมันก็ไม่น่าจะออกมาเป็นหนังสือขนาดย่อมๆ ได้ต่ำกว่า 3 เล่ม

เหตุผลที่น่าจะเป็นเหตุผลหลักที่สุดที่ “ไม่มีใครพิมพ์” งานด้านทฤษฎีการเมืองก็คงจะเป็นเพราะงานเหล่านี้ดูยากจะไปได้ในท้องตลาดไทย เพราะแม้ในไทยจะมีกลุ่มนักอ่านผู้สนใจ “การเมือง” อย่างเข้มข้น แต่กลุ่มนักอ่านเหล่านี้ผู้คนไม่ว่าจะมาจากขั้วการเมืองไหนหรือไม่มีขั้วก็ดูจะสนใจปรากฎการณ์ที่จับต้องได้ของ “การเมืองไทย” ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมากกว่าที่จะสนใจข้อถกเถียงเกี่ยวกับหลักการทางการเมืองทั่วๆ ไปในโลกที่มีลักษณะเป็นนามธรรมกว่า

เพราะอย่างน้อยๆ ในโลกของนักอ่านหนังสือ “การเมือง” ในโลกของภาษาไทยก็คงจะสนใจคำถามจำพวก “ใครคือฆาตกรตัวจริง?” “ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริง?” ไปจนถึงความรู้จำพวก “รู้ทัน” ค้นโน้นคนนี้ มากกว่าที่จะสนใจจริงจังกับคำถามว่า “ความชอบธรรมคืออะไร?” “อะไรคือ Rationality?”  หรือกระทั่งประเด็นคลาสสิคของทฤษฎีร่วมสมัยอย่างความย้อนแย้งภายในของระบอบเสรีประชาธิปไตย

และสิ่งที่ดูจะตลกร้ายที่สุดก็คือ คนที่มักจะเขียนถึง “ความไร้สาระ” ของการเมืองออกมาบ่อยๆ (ในแง่ของการวนไปวนมาของปรากฎการณ์เก่าๆ ในคราบสิ่งใหม่ๆ) อย่างธเนศก็ดูจะขบคิดและเขียนถึงประเด็นเหล่านี้มามากกว่าเหล่าผู้ “จริงจัง” กับการเมืองจำนวนมาก

สุดท้าย นี่ก็ดูจะเป็นคำอธิบายบางประการที่ทำให้ “ข้อเขียนทางการเมือง” ของธเนศ ไม่ได้รับความนิยมอยู่ เพราะ ข้อเขียนทางการเมืองของธเนศนั้นดูจะเป็นข้อเขียนที่ไม่ได้ให้ความหวังและไม่ได้ให้ทางออกทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นแบบที่จับต้องได้หรือจับต้องไม่ได้ เพราะอย่างเต็มที่ธเนศก็ดูจะชี้ให้เห็นว่าการทำอะไรจะมีผลตามมาอย่างไร (บนฐานของประวัติศาสตร์และทฤษฎี) ธเนศดูจะชอบชี้ว่าทุกๆ ทางเลือกก็มีข้อดีข้อเสียของมันทั้งสิ้นและ “คุณต้องเลือกเอง” มากกว่าที่จะเป็น “ศาสดา” ที่พร่ำบอกสาวกว่าควรจะทำอย่างไรดีในสถานการณ์หนึ่งๆ

แต่นั่นก็ดูจะเป็นไปอย่างถูกต้องตาม “อาชีพทางวิชาการ” ตามแบบ Max Weber แล้ว แต่ปัญหาคือสังคมจำนวนไม่น้อยก็ดูจะใช้งานนักวิชาการในฐานะศาสดาประกาศกทางการเมืองมากกว่า และสังคมไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น

หมายเหตุ: ตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นเวอร์ชั่นย่อในวารสาร Bookmoby Review ฉบับแรก บทความเวอร์ชั่นปัจจุบันที่ท่านอ่านอยู่นี้เป็นฉบับเต็มที่เพิ่มเติมเนื้อหาเข้าไปอีกที

อ้างอิง

  1. ธเนศ วงศ์ยานนาวา, เช เกวารา กับความตาย, (ปทุมธานี: นาคา, 2541)
  2. ดู บรรณานุกรมบางส่วนได้ที่ wikipedia
  3. ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "Historicism หลังเฮเกล รันเก และโครเช่" ใน รัฐศาสตร์สาร 9, 3 (ก.ย.-ธ.ค.26), pp. 1-36
  4. ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "อ่านงานฟูโก้" ใน วารสารธรรมศาสตร์ 14, 3 (ก.ย. 2528), pp. 36-57; ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "มิเชล ฟูโกต์: ปัญญาชน ความจริงและอำนาจ" ใน วารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง ปีที่ 5 ฉบับที่ 1-2 (ต.ค. 28-มี.ค. 29), pp. 142-154; ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "บทส่งท้าย ตรรกะของการกดบังคับ ฟูโก้และเฟมินิส" ใน รัฐศาสตร์สาร 12, 13 (เม.ย.29-30), pp. 166-178; ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "มิเชล ฟูโก้และอนุรักษ์นิยมใหม่" ใน วารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง 6,3-4 (ต.ค.31), pp. 16-37
  5. เช่น ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "ประวัติศาสตร์นิยม: จากวิโก้สู่กรัมชี่" ใน รัฐศาสตร์สาร 20, 3 (2541) 35-100
  6. เช่น ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "การรวมศูนย์ศิลปะของการกระจายตัวของศิลปะและการเมือง : จากสภาวะหลังสมัยใหม่สู่สภาวะสมัยใหม่" ใน รัฐศาสตร์สาร 29, ฉบับพิเศษ (2551) 203-274
  7. เช่น ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "กรุณาอย่ามีทฤษฎีที่เป็นนามธรรม: เราเป็นชาวอังกฤษ", สังคมศาสตร์ปริทัศน์ 17,1 (ก.ค.-ธ.ค.37) , 15-24; ธเนศ วงศ์ยานนาวา "ภาพตัวแทน แทนสิ่งที่แทนไม่ได้" ใน จุลสารไทยคดีศึกษา 12, 1 (ส.ค.-ต.ค. 2538) 16-18; ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "ความรัก/ความรู้/ความตาย : เมื่ออาทิตย์เริ่มอัสดง" ใน วารสารสังคมศาสตร์ 30,2 (พ.ค. 2539) 1-25; ธเนศ วงศ์ยานนาวา, " "ผีของมาร์กซ์" และ "ผีในมาร์กซ์" ข้อวิจารณ์ประวัติศาสตร์นิยมของพ็อพเพอร์และอัลธุสแซร์" ใน รัฐศาสตร์สาร 20, 2 (2541) 1-55; ธเนศ วงศ์ยานนาวา, " "ท่อง" ไปในแดนโพสต์โมเดิร์น: ความเหมือน/อัตลักษณ์และความแตกต่างในการเมือง" ใน รัฐศาสตร์สาร 21, 2 (2542) 333-382; ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "ชาติพันธุ์วรรณาในความเป็นซับเจคของนักมานุษยวิทยา: จริยธรรม ระหว่างการหาความจริงและการสร้างความจริง" ใน รัฐศาสตร์สาร 24, 3 (2546) 154-189; ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "ประวัติศาสตร์และ "สัตสังคม" ของคาร์ล มาร์กซ์ ช่วงต้น บทวิจารณ์อุกฤษฏ์ แพทย์น้อย" ใน วารสารสังคมศาสตร์ 34, 2 (ก.ค.-ธ.ค. 2546) 55-72; ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "องค์รวม/องค์ขาด/องค์อนันต์" ใน วารสารสังคมศาสตร์ 15, 1 (ม.ค.-มิ.ย. 2547) 63-111;  ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "การแลกเปลี่ยนทางความคิดกับความ "ทัศนะ 'ชุมชน' กับการปกครองชีวญาณ : อำนาจที่ซ่อนเร้นในสาธารณสุขไท" ใน รัฐศาสตร์สาร 27, 1 (2549) 40-53
  8. เช่น ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "ประชาธิปไตยไทยหลังสมัยใหม่" ใน จินตนาการสู่ปี 2000 : นวกรรมเชิงกระบวนทัศน์ด้านไทยศึกษา?, ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, บรรณาธิการ, (กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2539); ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "อภัยวิถี: เทววิทยาทางการเมือง ความทรงจำและความหลงลืมของประวัติศาสตร์ไทย" ใน รัฐศาสตร์สาร 22, 1 (2543) 130-183; ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "Carl Schmitt: การเผชิญหน้ากับความลักลั่นของสภาวะสมัยใหม่" ใน วารสารสังคมศาสตร์ 32, 1 (ม.ค.-มิ.ย. 2544) 107-153; ธเนศ วงศ์ยานนาวา "อำนาจอธิปไตยกับสภาวะสมัยใหม่: พื้นที่ลักลั่นและความเป็นตัวตน" ใน รัฐศาสตร์สาร 24, ฉบับพิเศษ (พ.ย.2546) 205-276; ธเนศ วงศ์ยานนาวา,  "Michael Hardt & Antonio Negri ในฐานะ "Return of the Jedis": เมื่อ Empire ถูก Strike Back" ใน วารสารสังคมศาสตร์ 34, 2 (ก.ค.-ธ.ค. 2546) 112-162; ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "รากฐานปรัชญาการเมืองของ Antonio Negri กับ Empire" ใน รัฐศาสตร์สาร 25, 3 (2547) 180-255; ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "รัฐเสรีนิยมใหม่ ทรัพยากรมนุษย์และชุมชน." ใน ฟ้าเดียวกัน 2, 4 (ต.ค.-ธ.ค. 2547) 112-124; ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "Michel Foucault กับรัฐเสรีนิยมใหม่ : วินัย/วิชา และสภาวะปกติ/สภาวะที่ผิดปกติ" ใน ดำรงวิชาการ 3, 5 (ม.ค. - มิ.ย. 2547) 271-290; ธเนศ วงศ์ยานนาวา, " "เหลี่ยมมุม" ของตัวต่อเลโก (Lego) : อำนาจท้องถิ่นกับจักรวรรดิ " ใน พระอัจฉริยคุณในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว : เอกสารการสัมมนาทางวิชาการเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองศุภวาระ 200 ปี แห่งพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, จันทนี สุวรรณวาสี, บรรณาธิการ, (กรุงเทพฯ: สถาบันไทยคดีศึกษา, 2548); ธเนศ วงศ์ยานนาวา, " ฐานทางความคิดของ "ประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ" " ใน วารสารสถาบันพระปกเกล้า 4, 3 (ก.ย.-ธ.ค. 2549) 77-90
  9. เช่น ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "ปัญญาชนตะวันตกกับสภาวะสมัยใหม่: ความขัดแย้งและความต้องการ" ใน รัฐศาสตร์สาร 22, 3 (2543) 342-406; ธเนศ วงศ์ยานนาวา,"ประวัติศาสตร์และสหวิทยาการ: ชาตินี้เราคงรักกันไม่ได้" ใน รัฐศาสตร์สาร 24, 2 (2546) 297-334
  10. เช่น ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "การจัดระเบียบเพศในศิลปะ: จากภาพนู้ดสู่ภาพระดับ X" ใน รัฐศาสตร์สาร 25, 2 (2547) 204-223; ธเนศ วงศ์ยานนาวา, " (การร่วม) เพศนอกสถาบันการแต่งงานในฐานะ 'ระเบิด': จากประวัติศาสตร์ 'การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง' ถึง..." ใน รัฐศาสตร์สาร 27, 3 (ก.ย.-ธ.ค.2549) 1-55
  11. เช่น ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "ห้องสมุด: โลกที่ไร้เสียง" ใน รัฐศาสตร์สาร 21, 1 (2542) 301-313; ธเนศ วงศ์ยานนาวา,"ประวัติศาสตร์ครอบครัวตะวันตก: ประวัติศาสตร์คนใช้และการใช้คน" ใน รัฐศาสตร์สาร 23, 3 (2545) 1-49; ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "สภาวะสมัยใหม่ของวัฒนธรรมการอ่าน : ห้องสมุดกับการเผชิญหน้ากันของ ตา และ หู" ใน วารสารไทยคดีศึกษา 1, 2 (เม.ย.-ก.ย. 2547) 67-92; ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "การ "ครอบ", "ครัว" "ไฟ": จากตะวันตกสู่ตะวันออก" ใน จักรวาลวิทยา : บทความเพื่อเป็นเกียรติแก่ นิธิ เอียวศรีวงศ์, ธเนศ วงศ์ยานนาวา, บรรณาธิการ, (กรุงเทพฯ: มติชน, 2549); ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "วัฎจักรของทฤษฎีและประวัติศาสตร์ของชนชั้นกลาง : จากการปฏิวัติฝรั่งเศสสู่พฤษภาทมิฬ 19 กันยายน" ใน ศึกษา รู้จัก วิพากษ์คนชั้นกลาง : รวมบทความจากการสัมมนาทางวิชาการ,นลินี ตันธุวนิตย์, บรรณาธิการ,นพชัย แดงดีเลิศ, บรรณาธิการต้นฉบับ, (กรุงเทพฯ: คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2550), pp. 8-59
  12. เช่น ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "ความเป็นอนิจจัง ของอาหารจีนชั้นสูงในกรุงเทพ : การเดินทางสู่เส้นทางของอาหารประชาธิปไตย" ใน จุลสารไทยคดีศึกษา 18, 4 (พ.ย. 2545-ม.ค.2546) 42-51 และ ศิลปวัฒนธรรม 24, 4 (ก.พ. 2546) 132-145; ธเนศ วงศ์ยานนาวา " ปรับ 'ลิ้นจีน'ให้เป็น 'ลิ้นไทย' " ใน ข้ามขอบฟ้า : 60 ปี ชิเกฮารุ ทานาเบ, ขวัญชีวัน บัวแดง และ อภิญญา เฟื่องฟูสกุล, บรรณาธิการ, (กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2550)
  13. เช่น ธเนศ วงศ์ยานนาวา, " 'จากประเพณีประดิษฐ์' สู่ความหลากหลายของ 'วัฒนธรรม' อาทิ 'วัฒนธรรมทางสายตา' " ใน รัฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ 60 ปี / รัฐศาสตร์สาร 30 ปี, เล่ม 4, (กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2552), pp. 317-391
  14. ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "มนุษย์โรแมนติคกับการบริโภคภาพเสรี" ใน จุลสารไทยคดีศึกษา 13, 3 (ก.พ.-เม.ย. 2540), pp. 10-15
  15. ธเนศ วงศ์ยานนาวา, "ภาพตัวแทนของตูด" ใน เผยร่าง-พรางกาย: ทดลองมองร่างกายในศาสนา ปรัชญาการเมือง ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และมานุษยวิทยา, ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล, บรรณาธิการ, (กรุงเทพ: โครงการจัดพิมพ์คบไฟ, 2541)
  16. ธเนศ วงศ์ยานนาวา, ปฏิวัติบริโภค: จากสิ่งของฟุ่มเฟือยมาสู่สิ่งจำเป็น, (กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, 2550)
  17. ธเนศ วงศ์ยานนาวา, ความรัก ความรู้ ความตาย (กรุงเทพฯ: ศยาม, 2553); ธเนศ วงศ์ยานนาวา, ม(า)นุษย์โรแมนติค, (กรุงเทพฯ: ศยาม, 2556)
  18. ธเนศ วงศ์ยานนาวา, ศิลปะกับสภาวะสมัยใหม่: ความย้อนแย้งและความลักลั่นม (กรุงเทพฯ:สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย, 2552); ธเนศ วงศ์ยานนาวา, ความไม่หลากหลายของความหลากหลายทางวัฒนธรรม, (กรุงเทพฯ: สมมติ, 2552); ธเนศ วงศ์ยานนาวา, 1968: เชิงอรรถการปฏิวัติ, (กรุงเทพฯ: สมมติ, 2552); ธเนศ วงศ์ยานนาวา, ความสมเหตุสมผลของความชอบธรรม (การครอบงำ), (กรุงเทพฯ: คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2554); ธเนศ วงศ์ยานนาวา, Max Weber: วิถืแห่งการบำเพ็ญตบะและอาชีพทางการเมือง, (กรุงเทพฯ: ศยาม, 2556)
  19. ธนา วงศ์ญาณณาเวช, หนังอาร์ตไม่ได้มาเพราะโชคช่วย: ว่าด้วยการขึ้นมาเป็นศิลปะของภาพยนตร์ในสังคมบริโภค, (กรุงเทพฯ: Unfinished Project Publishing, 2551); ธนา วงศ์ญาณณาเวช, ใต้เตียงนักดนตรี เล่ม 1, (กรุงเทพฯ: openbooks, 2554); ธนา วงศ์ญาณณาเวช, ใต้เตียงนักดนตรี เล่ม 2, (กรุงเทพฯ: openbooks, 2555); ธเนศ วงศ์ยานนาวา, เขียนหญิง : อำนาจ โยนี และการเขียนของลึงค์, (กรุงเทพฯ: Unfinished project, 2556)
  20. ธเนศ วงศ์ยานนาวา, เพศ: จากธรรมชาติ สู่จริยธรรม จนถึงสุนทรียะ, [พิมพ์ครั้งที่1: มติชน, 2551], [พิมพ์ครั้งที่2 พร้อมเพิ่มเนื้อหา: สมมติ, 2556]
  21. อย่างไรก็ดีข้อยกเว้นการ “ออกสื่อ” ของธเนศก็มีอยู่บ้างในกรณีของสิ่งพิมพ์อย่างนิตยสาร a-day weekly, นิตยสาร Way และเว็บมติชนออนไลน์ที่ล้วนเคยลงบทสัมภาษณ์ของธเนศ แต่บทสัมภาษณ์เหล่านี้ก็ดูจะไม่ได้สร้างชื่อเสียงให้ธเนศเพิ่มเติมไปเท่าใดนัก
  22. กลุ่ม Thanes Wongyannawa เป็นกลุ่มเปิดบนเป็นเครือข่ายสังคม Facebook ในตอนแรกกลุ่มนี้คือกลุ่มของมิตรสหายไปจนถึงลูกศิษย์ลูกหาของธเนศที่ไม่มีกิจกรรมใดๆ นัก แต่ตอนปลายปี 2556 ก็เริ่มมีผู้คนเข้าไปถามคำถามต่างๆ กับธเนศ ซึ่งธเนศก็ตอบคำถามอย่างรวดเร็ว จนน่าจะทำให้หลายๆ คนประหลาดใจเพราะธเนศเป็นคนไม่โพสต์ Status ของตนบน Facebook เลยและก็ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่มิตรสนิทมากนัก คนจึงเข้าไปถามธเนศเรื่อยๆ ด้วยคำถามที่พิสดารพันลึกและมีขอบข่ายกว้างกว่าขอบข่ายงานของธเนศที่กว่ากว้างแล้ว ซึ่งโดยทั่วไปธเนศก็ “ตอบทุกคำถาม” ที่มีผู้ถาม (ส่วนผู้ถามจะได้คำตอบที่พอใจหรือเปล่าคงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง) เข้าไปชมได้ที่https://www.facebook.com/groups/80370290864/

ที่มา: http://prachatai.com/journal/2014/04/52849

วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เสวนา อ่าน "MAX WEBER วิถีแห่งการบำเพ็ญตบะและอาชีพการเมือง"

1383362_10151746196818037_215417356_n

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและคลิก "เข้าร่วม" ใน
https://www.facebook.com/events/198278163690106
สำหรับท่านที่คลิก "เข้าร่วม" หรือ "Going" เตรียมพบกับเรื่องราวอันน่าตื่นตาตื่นใจ ที่เราเตรียมมอบให้อย่างพิเศษสุดจนถึงวันงาน !!!!

วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เพศ: จากธรรมชาติ สู่จริยธรรม จนถึงสุนทรียะ (พิมพ์ครั้งที่2)

เพศ2

เพศ: จากธรรมชาติ สู่จริยธรรม จนถึงสุนทรียะ

พิมพ์ครั้งที่2 สมมติ, 2556

ISBN: 978-616-7196-31-2

สารบัญ

  • กิตติกรรมประกาศ ฉบับพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2551
  • กิตติกรรมประกาศ ฉบับพิมพ์ครั้งที่สอง พ.ศ. 2556
  • บทนำ เพศ: ความซับซ้อนของสวรรค์และนรก
  • ภาค1 เพศ: จากธรรมชาติ สู่จริยธรรม จนถึงสุนทรียะ
  • ภาค2 คู่มือเรื่องเซ็กซ์: อำนาจของผู้ชายและผู้หญิง
  • ภาค3 (การร่วม) เพศนอกสถาบันการแต่งงานในฐานะ ‘ระเบิด’: จากประวัติศาสตร์ ‘การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง’ ถึง ‘เพศศึกษา’ … เมื่ออุดมการณ์ประสานกับวิทยาการทางการแพทย์
  • ภาค4 การเสพติดเพศ: การแพทย์ และ ‘รัฐอภิบาลทารก’
  • ดรรชนี

MAX WEBER: วิถีแห่งการบำเพ็ญตบะและอาชีพการเมือง

MaxWeber

MAX WEBER: วิถีแห่งการบำเพ็ญตบะและอาชีพการเมือง

ศยาม, 2556

ISBN: 978-974-315-834-6

 

บทความประกอบด้วย

I   Max Weber: วิถีแห่งการบำเพ็ญตบะและวิถีแห่งเพศ

  • เพศในฐานะสิ่งชั่วร้ายที่ต้องควบคุม
  • การฝึกฝนบำเพ็ญตบะเพื่อละเว้นการร่วมเพศ
  • การควบคุมเพศและสภาวะทางจิตของ Weber
  • มนุษย์พิเศษกับการควบคุมพลังทางเพศ
  • “การทารุณ” ธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้

 

II  บำเพ็ญตบะ เพื่อเป้าหมายทางการเมืองที่ล้มเหลว

 

III การบำเพ็ญตบะ (Asceticism) กับจริยธรรมของ ‘Vocatio’

  • การบำเพ็ญตบะ
  • การแปล/ ตีความ Politics as a Vocation
  • แนวความคิดเรื่อง Vocation

 

IIII การบำเพ็ญตบะเพื่อการเมือง: ความเชื่อมั่นในอุดมการณ์และความรับผิดชอบ

  • ผู้นำ ‘เทพ’ ประทาน
  • Bismarck และการเมืองเยอรมัน
  • รัฐประชาชาติ
  • Rationality ของตะวันตก
  • ความเชื่อมั่นในการรับผิดชอบทางการเมือง
  • ผู้บำเพ็ญกับการเผชิญหน้ากับความตายของพลเมืองแห่งรัฐประชาชาติ

 

IIIII การบำเพ็ญตบะในยุคหลังการเป็นฆราวาส (Post-secularization)

  • จักรภพใหม่แห่งการบำเพ็ญตบะ
  • ใครๆ ก็บำเพ็ญตบะได้

 

ดัชนี

เขียนหญิง: อำนาจ โยนี และการเขียนของลึงค์

เขียนหญิง

 

เขียนหญิง: อำนาจ โยนี และการเขียนของลึงค์

Unfinished Project, 2556

ISBN: 978-616-321-791-2

บทความประกอบด้วย

- กิตติกรรมประกาศ

- ผู้ชาย/ “ลึงค์” เขียนบทนำ

- เกริ่นนำ

- ผู้ชายในฐานะผู้เขียนเรื่องอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ของผู้หญิง

- ผู้ชายในฐานะผู้เขียนเรื่องการสืบเผ่าพันธุ์ของผู้หญิง

- ผู้ชายในฐานะผู้ปกครองจักรกลในการผลิตลูก

- ผู้ชายในฐานะผู้เขียนเรื่องความรักกับผู้หญิง

- ผู้ชายในฐานะผู้เขียนถึงความบริสุทธิ์ของผู้หญิง

- ผู้ชายในฐานะผู้เขียนศาสนาผสมกับการแพทย์ของผู้หญิง

- ผู้ชายในฐานะผู้เขียนถึงร่างกายของผู้หญิง

- ผู้ชายในฐานะผู้ชายที่เขียนถึงผู้หญิง

- ทางชายทางหญิง

- ดัชนี

วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2556

ม(า)นุษย์โรแมนติค

มนุษย์โรแมนติค

ม(า)นุษย์โรแมนติค

สำนักพิมพ์ศยาม, 2556

ISBN: 978-974-315-807-0

 

บทความประกอบด้วย

- ม(า)นุษย์โรแมนติคกับหลากหลายวิธีคิด: ชาตินี้คงอยู่ด้วยกันไม่ได้

- มนุษย์โรแมนติคกับการบริโภค “ภาพ” เสรี

- ประวัติศาสตร์และสหวิทยาการ: ชาตินี้เราคงรักกันไม่ได้

- อาณาเขตสาธารณะ/ ประชาสังคม และนักมานุษยวิทยากับคนชายขอบ

- ชาติพันธุ์วรรณาในความเป็นซับเจคต์ของนักมานุษยวิทยา: “จริยธรรม” ระหว่างการหาความจริงและสร้างความจริง

- จาก “ประเพณีประดิษฐ์” สู่ความหลากหลายของ “วัฒนธรรมศึกษา” อาทิ “วัฒนธรรมสายตา”

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556

เปิดตัวหนังสือ ‘ม(า)นุษย์โรแมนติค’ by ธเนศ วงศ์ยานนาวา



บางส่วนของ ธเนศ วงศ์ยานนาวา
นิยามคำว่า "โรแมนติก" โดยธเนศ
นิติ ภวัครพันธุ์ , ปรารถนา จันทรุพันธุ์ , อธิป จิตตฤกษ์

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม  6 โมงเย็น ร้าน  Bookmoby Readers' Café ที่หอศิลป์ ชั้น 4 แน่นขนัดทั้งด้านใน ด้านนอก เพราะศิษยานุศิษย์และแฟนคลับ ‘ธเนศ วงศ์ยานนาวา’ ยังคงติดตามผลงานของเขาอย่างเหนียวแน่น สำหรับการเปิดตัวหนังสือเล่มล่าสุด “ม(า)นุษย์โรแมนติก  ” ซึ่งเป็นการรวบรวมบทความเกี่ยวกับแวดวงมานุษยวิทยาที่เผยแพร่ในหลายที่ เช่น จุลสารไทคดี รัฐศาสตร์สาร เป็นต้น และมีส่วนที่เขียนใหม่เกือบครึ่งของบทนำที่ยาวกว่า 100 หน้า



นอกเหนือจากเป็นคอลัมนิสต์ให้วารสารหลายฉบับ เป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นนักเขียน เป็นนักวิจารณ์หนัง เป็นนักวิชาการแทบจะเรียกได้ว่าสหวิชา ไอดีที่คนรู้จักเขามากที่สุดอาจไม่ใช่สิ่งเหล่านี้ที่กล่าวมา หากแต่รู้จักเขาในฐานะ ‘ธเนศ วงศ์ยานนาวา’ นั่นแหละ
ภายในงานเปิดตัวด้วยการเสวนาของบุคคลที่ใกล้ชิดธเนศ โดยเฉพาะในปริมณฑลทางวิชาการ ได้แก่
นิติ ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปรารถนา จันทรุพันธุ์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, อธิป จิตตฤกษ์ นักแปลงานวิชาการอิสระ ผู้อ่านงานของธเนศอย่างใกล้ชิด
การเสวนาดำเนินไปอย่างเป็นกันเอง และพูดคุยถึงเรื่องราวของ “คนเขียน” เสียยิ่งว่า “หนังสือ” ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ เพราะสำหรับคนทั่วไปโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่วัยศึกษาแล้ว ธเนศนั้นแปลกและอ่านยากยิ่งกว่าหนังสือที่เขาเขียนเสียอีก   โดยเฉพาะเครื่องหมายการค้าของเขาอย่าง การวิพากษ์ศาสนา การพูดถึงเรื่องเพศแบบดุเดือด ตรงไปตรงมา (ในบริบทวิชาการ) ซึ่งเป็นเสน่ห์ดึงดูดคนรุ่นใหม่อย่างดี


สำหรับหนังสือเล่มล่าสุดนี้ก็เป็นการฉายภาพให้เราได้เห็นข้อถกเถียงสำคัญๆ ของนักมานุษยวิทยาที่กระเทือนวงการมานุษยวิทยาโลก (ตะวันตก)
หากอยากรู้ว่ามันลื่นไหลเพียงไหน และน่าสนใจเพียงใดสำหรับแวดวงมานุษยวิทยา ก็อาจต้องยกคำของนิติที่กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า ธเนศนั้นเหมือน “ร่างทรง” ที่บอกเล่าเรื่องราว วิธีคิดของบรรพบุรุษอย่างลื่นไหล โดยที่เราไม่รู้เลยว่า เขาได้เอาตัวเองใส่ไว้แค่ไหน ตอนไหน เท่าไร รอยเท้าที่เราเห็นนั้นเป็นรอยเท้าของอากงอาม่าหรือรอยเท้าของธเนศเอง


โดยสรุปแล้ว นอกจากงานนี้จะเป็นการพบปะกันของผู้สนใจหรือศึกษาด้านมานุษยวิทยาหลากรุ่นโดยเฉพาะรุ่นใหม่ๆ แล้ว ก็ยังทำให้เห็นว่า -ถ้าใช้ภาษาธเนศ - “ธเนศ” เป็น “สินค้า” หรูหราในพารากอน ที่ยังคงน่าพิสมัย ขายได้ ขายดี ไม่ใช่กับคนที่มีกำลังซื้อ แต่กับคนที่มีพลังความสงสัยใคร่รู้ ... ส่วนว่าอ่านหนังสือเขาแล้วจะอ่านรู้เรื่องไหมนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง (ฮา)  

 

ส่วนหนึ่งของการเสวนา


อธิป....
“ตั้งแต่ปี 2550 อาจารย์ธเนศออกเล่มนี้มาเป็นเล่มที่ 9 เล่มที่ผ่านๆ มาก็ครอบคลุมแทบทุกโหมด การบริโภค ศิลปะก็มีแล้ว เรื่องเพศก็มีแล้ว และกำลังจะมีอีกเล่ม แต่เล่มนี้น่าจะเป็นเล่มแรกที่เกี่ยวกับมานุษยวิทยา แต่มันยังพูดถึงการปะทะกันของ discipline ต่างๆ บางบทความชัดมากกว่าบทความในเล่มก่อนๆ”
“มีข้อวิพากษ์มานุษยวิทยาที่น่าสนใจหลายอัน แต่ก็มีบางประเด็นที่รู้สึกว่ายังไม่ค่อยอัพเดทเท่าไร”
“โดยรวมๆ นับเอาบทที่ยังไม่เคยอ่านมาก่อน อย่างบทแรก อ่านแล้วก็ประทับใจมาก เพราะเป็น 2 ดีเบตใหญ่ในวงมานุษยวิทยา”
“เราอยู่กับ discipline เราเอง เราจะไม่มีทางไปเจอข้อมูลหรือข้อถกเถียงอะไรแบบนี้ แต่เนื่องจากอาจารย์ธเนศเป็นคนที่นอกจากอ่านงานลึกแล้ว ยังอ่านงานกว้างมากๆ จะทำให้เราเจอคำถามหลายๆ อย่างที่ปกติจะไม่เจอ หรือคุยกับคนในสาขาวิชาการเดียวกันก็ไม่เจอ หรือคุยกับนักวิชาการไทยก็อาจไม่เจอ ... อย่างตอนทำธีสิส เจออาจารย์ธเนศวิจารณ์มาจุดนึง ต้องนั่งอ่านหนังสืออยู่ปีนึง”

นิติ.....
“อาจารย์ธเนศกับผมรู้จักกันนาน อาจจะนานเกินไป ธเนศเขียนงานดีหมด ยกเว้นเรื่องเซ็กส์ เล่มนี้ก็เป็นเล่มหนึ่ง ผมโดยเทรนนิ่งก็มาทางมานุษยวิทยา รายละเอียดในหนังสือเยอะถ้าจะพูด ...เวลาเราพูดถึงธเนศ ผมคิดว่าที่ธเนศเขียนดีที่สุดคือภาษาอังกฤษเรื่องอาหาร หลังจากนั้นธเนศก็เข้ารกเข้าพงไปเรื่อย(หัวเราะ) ก็ไม่ว่ากัน มีงานนี้ที่รู้สึกว่าเข้าท่า”
“ดีเบตอันหนึ่งสำคัญมากที่พูดถึง subject ของคนพื้นเมือง เล่มนี้ถ้ารื้อใหม่ เพื่อพิมพ์ขายหลอกคน ต้องเอาเรื่อง Subject ขึ้นมาก่อน เป็น Subject ของนักมานุษยวิทยาและในแง่หนึ่งก็เป็น autherด้วย ธเนศเป็น auther ทั้งหมดนี้ธเนศโม้มา เป็น Subject ที่โม้เกี่ยวกับ Subject คนอื่น”
“ถ้าอ่านเล่มนี้จะเห็นว่า ธเนศไม่เคยทิ้งวิชาสังคมวิทยา มานุษยวิทยาเลย จะพูดเรื่องอะไรก็แล้วแต่ แต่ฐานที่แน่นมากของแกคือ สังคมวิทยา มานุษยวิทยา และ from การมองก็เป็นแบบนั้น เช่น มีอยู่บทหนึ่งเถียงเรื่อง rationality ซึ่งธเนศคิดว่ามีข้อจำกัดเยอะ อยากจะไปให้ไกลกว่านั้น นักมานุษยาวิทยาเราก็ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ตอนนี้มีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ Supermodernity อาจารย์ธเนศเป็นคนอ่านเรื่องพวกนี้ไม่หยุด แต่เราจะไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้งถ่องแท้ได้เลย ถ้าคุณไม่มีฐานที่แน่น คนอาจบอกผมหัวเก่า แต่ผมโดนเทรนมาแบบนี้ ทุกอย่างที่ธเนศ consume เข้าไป เขามีฐานที่แน่นมากแล้วรู้ว่าที่มามันคืออะไร ทำไมมันมาถึงตรงนี้”

ปารถนา......
“คุณูปการของหนังสือเล่มนี้มันช่วยมากที่จะทำให้ในภาคเข้าใจว่าอาจารย์ธเนศมีความเป็นมานุษยวิทยาอย่างไร ย้อนมาที่บทนำ ที่ศิลปากรเวลาที่เราสอนชื่อเหล่านั้นที่ปรากฏอยู่เราทุกคนต่างรู้จัก แต่มันเป็นก้อนๆ แต่ไม่ได้ถูกพูดเชื่อมโยงถึงกันว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร..สำหรับนักศึกษา เป็นเรื่องแปลกมาก เวลาเขาไปสอน ทุกคนจะรักเขา คิดว่ามันคงมีความโรแมนติกบางอย่างอยู่ ทุกคนจะสนุกสนานตั้งใจมาเรียน ยิ้มแย้มแจ่มใส จนกระทั่งวันสอบ ทุกคนจะไม่อยากรู้จักผู้ชายคนนี้อีกต่อไป”

ธเนศ .....
“หนังสือนี้ ผมไม่ได้ตั้งชื่อนะ ปู (เจ้าของร้านบุ๊คโมบี ผู้มีส่วนจัดพิมพ์) เป็นคนตั้งชื่อ จริงๆ เขาอยากให้มีชื่อว่า รวมบทความมานุษยวิทยา แต่มันก็ไม่ใช่ใน sense แบบนักมานุษยวิทยาไทย ... โดยหลักแล้วผมพยายามที่จะมองนักมานุษยวิทยาในฐานะที่ทิ้งวิชาม. โดยเฉพาะในการลง field มา 30 กว่าปี เพราะผมเห็นว่าการลงฟิลด์ไม่ใช่สิ่งที่ให้คำตอบกับเรา เพราะในที่สุดแล้ว ความสำคัญระหว่างข้อมูลกับส่งที่อยู่ในสมองของคุณนั้นเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ ดังนั้น ผมถึงเสียเวลาอธิบายดีเบตของสองคน (ในหนังสือ) แม้จะเป็นดีเบตเก่า แต่ผมคิดว่าผมไม่ควรจะมาทำดีเบตใหม่ นั่นคือ ดีเบต Derek Freeman  กับ Margaret Mead ในทศวรรษ 1980 และ 1990 โดยพยายามจะชี้ให้เห็นว่านี่คือพื้นฐาน โดยไม่ต้องพูดถึงดีเบตใหม่ เราพูดถึงปรมาจารย์รุ่นเก่า จะตายห่าลงโลงกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Marshall Sahlins ก็ดี หรือ Gananath Obeyesekere ...ผมต้องการชี้ให้เห็นว่าความสำคัญมันไม่ใช่แค่ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่เราเห็น เราลง field เรามีความรู้สึก มีความคิด แล้วก็ไปด้วยชุดความคิดจำนวนมาก สภาวะอันนี้ เป็นสภาวะที่ชัดเจนมากว่าท้ายที่สุดแล้วเราจะคุยกันไม่รู้เรื่อง และนักวิชาการตะวันตกอยู่ภายใต้ความคิดชุดหนึ่งว่า เราจะคุยกันให้รู้เรื่อง แต่ผมคิดว่ามันคุยกันไม่รู้เรื่อง เพียงแต่โลกวิชาการตะวันตก มีสตางค์มากพอที่จะสร้างสำนักของตัวเอง แล้วผลัดกันเขียน เวียนกันอ่าน วานกันชม สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทย”
“สิ่งพวกนี้เป็นระบบวิธีคิดของรัฐไทย ซึ่ง centralizing ทุกอย่าง รวมทั้ง centralizing สกอ.ด้วย ฉะนั้น ถ้ามึงไม่พอใจมึงก็ออกจากบ้านนี้ไป สำหรับผม ไม่ใช่เป็นแค่ใครบางคนคิดแบบนี้ แต่วิธีคิดแบบนี้มันอยู่ทุกที่ ทุกระบบ ทุกอณูในสังคมไทย เพียงแต่ว่ามันจะแสดงออกมาในรูปแบบไหนเท่านั้นเอง นี่เป็นเรื่องที่ผมพยายามจะชี้ให้เห็นความแตกต่างอันนี้ โดยยกระดับปรมาจารย์ด้านมานุษยวิทยาที่เป็นคนรุ่นเก่าทั้งหมดแล้วมันก็ถกเถียงกัน ใครจะถือหางใครก็เลือกเอา...เพียงแต่การตอบโต้ของนักวิชาการตะวันตกมัน civilize”
ที่มา http://www.prachatai.com/journal/2013/03/45910

วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556

ตัวตน (Self) ของธเนศ วงศ์ยานนาวา

 

ชื่อสารนิพนธ์: ตัวตน (Self) ของธเนศ วงศ์ยานนาวา

ชื่อผู้วิจัย: รัตนวลี เห็นแจ้ง ระดับปริญญาตรี ภาควิชามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร

แหล่งที่มา: http://www.thapra.lib.su.ac.th/objects/thesis/fulltext/bachelor/a32549019/fulltext.pdf

สำรองไว้ที่: https://docs.google.com/file/d/0B39teI__InfYS3pic2ZmTmpuanM/edit

 

หมายเหตุ:

งานนี้ศึกษาตั้งแต่ประวัติครอบครัว การศึกษา ความรัก ผ่านทั้งการสัมภาษณ์อาจารย์ธเนศ ตัวบท และคนรอบข้าง

ในส่วนท้ายมีการรวบรวมรายชื่อผลงานด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

Postmodern Man 2

 

PostmodernMan2

Postmodern Man: คนกับโพสต์โมเดิร์น: บทจำนรรจ์ว่าด้วยมนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้ (เล่ม 2)

ผู้เขียน: ไชยันต์ ไชยพร

Openbooks, 2552

ISBN: 978-616-305-735-8

 

สารบัญ

- สห-อัตตา/ ชีวประวัติ

- คนกับโพสต์โมเดิร์น: มนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้: Life at Madison - Wisconsin (15-34)

- คนกับโพสต์โมเดิร์น: มนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้: Streets of London (1-8)

- คนกับโพสต์โมเดิร์น: มนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้: กรุงเทพฯ 2527 และ ‘Intellectual Maverick: Postmodern Man/ Postmodern Justice’

- คนกับโพสต์โมเดิร์น: มนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้: กรุงเทพฯ 2527: ชีวิตที่เลือกเอง

- คนกับโพสต์โมเดิร์น: มนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้: มิตรภาพระหว่างคนโหงวเฮ้งดีกับคนโหงวเฮ้งเลว (1-2)

- คนกับโพสต์โมเดิร์น: มนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้: เงื่อนไขแห่งความสำเร็จ: ลิขิฟ้าหรือจะสู้มานะตน

- คนกับโพสต์โมเดิร์น: มนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้: ตอน ‘เบทีน่า - หมดดูยิปซีสาว (ลูกแก้ว)’ (1-2)

- คนกับโพสต์โมเดิร์น: มนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้: มองปรัชญาจากอารมณ์ กับ มองอารมณ์จากปรัชญา (1-2)

- แก่นแท้ที่ดำรงอยู่ในสรรพสิ่งของ จอห์น รัสกิน

- ความรู้สึกที่แท้กับความรู้สึกที่รู้สึกไปเอง

- ความรู้สึกที่แท้กับความรู้สึกที่รู้สึกไปเอง (อีกที)

- Pathetic Fallacy กับ ‘คนสามอย่าง’ ของ จอห์น รัสกิน

- Pathetic Fallacy กับ การให้ที่ให้ทางกับคนบางพวก

- เข้าสมาคม

Postmodern Man 1

PostmodernMan1

Postmodern Man: คนกับโพสต์โมเดิร์น: บทจำนรรจ์ว่าด้วยมนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้ (เล่ม 1)

ผู้เขียน: ไชยันต์ ไชยพร

Openbooks, 2552

ISBN: 978-974-8233-59-8

 

สารบัญ

- สห-อัตตา/ ชีวประวัติ

- คนกับโพสต์โมเดิร์น: มนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้ (1-6)

- คนกับโพสต์โมเดิร์น: มนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้: “ก่อนจะได้พบกันอีก” (1-21)

- คนกับโพสต์โมเดิร์น: มนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้: “เกือบจะได้พบกันแล้ว” (1-3)

- คนกับโพสต์โมเดิร์น: มนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้: “ในที่สุดก็ได้พบกัน”

- คนกับโพสต์โมเดิร์น: มนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้: Life at Madison - Wisconsin (1-14)

วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556

ใต้เตียงนักดนตรี เล่ม 2

ใต้เตียงนักดนตรี2

ใต้เตียงนักดนตรี เล่ม 2: ดนตรี เซ็กซ์ รัก ของนักประพันธ์เพลง

Openbooks, 2555

ISBN: 978-616-321-259-7

 

สารบัญ

- Overture

- จอกีโน รอสซินี: การมีกามโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

- ฌัก ออแฟนบัก: คนจนอย่างพี่มีดนตรีเป็นอำนาจ

- จูเซปเป แวร์ตี: ความลับแห่งกามที่คนรู้กันทั่ว

- จาโกโม ปุชชีนี: “วันใดที่ไม่มีกาม วันนั้นให้จัดงานศพของเราได้เลย”

- โวล์ฟกัง อามาเดอุส โมซาร์ท: กามไม่มีที่ให้กับอัจฉริยะ… แต่มีให้กับทุกคน

- ลุดวิก ฟาน เบโทเฟน: “หมาวัด” ในเครือข่ายดอกฟ้า

- ไม้ป่าเดียวกันและการร่วมเพศทางเวจมรรค

- รักร่วมเพศของนักประพันธ์เพลง: เบนจามิน บริตเทน

ใต้เตียงนักดนตรี เล่ม 1

ใต้เตียงนักดนตรี1

 

ใต้เตียงนักดนตรี เล่ม 1: เซ็กซ์ รัก ของนักประพันธ์เพลง

Openbooks, 2554

ISBN: 978-616-7347-46-2

 

สารบัญ

- Overture

- โสเภณี โรคร้าย และผลงานของฟรันซ์ ชูเบิร์ต

- สามี-ภรรยาคู่อัจฉริยะ โรเบิร์ต-คลารา ชูมันน์

- สามี-ภรรยาคู่อัจฉริยะ โรเบิร์ต-คลารา ชูมันน์ และมือที่สาม

- ฟรันซ์ ลิสซต์ กับความสามารถที่ใครๆ ก็อยากจะใช้บริการ

- เฟรเดริก โชแปง กับพลังงานทางเพศของหนุ่มผมยาว

- โยเซฟ ไฮเดิน กับกลกามที่ใครๆ ก็สวย

- Intermission

- ปีเตอร์ ไชคอฟสกี กับ WSodom Symphony”

- ริชาร์ด วากเนอร์ กับ “Nothung” ที่ไม่ใช่เหล็ก

- “My Karmasutra will alwalys come.” – Gustav Mahler

- เอ็กเตอร์ แบร์ลีโยซ กับเสน่ห์ของเท้า

- ฌอร์ฌ บีแซ กับการใช้สาวรับใช้ผู้พอเพียงและอื่นๆ

- The Waltz of Sexual Vienna

- โยฮันน์ ซเตราสส์: ราชาแห่งวอลซ์แห่งกาม

ความสมเหตุสมผลของความชอบธรรม (การครอบงำ)

ความชอบธรรมการครอบงำ

ความสมเหตุสมผลของความชอบธรรม (การครอบงำ)

คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2554

ISBN: 978-974-466-553-9

 

สารบัญ

- ความจำเป็นที่ฟุ่มเฟือยขององค์กรทางการเมือง

- สภาวะสมัยใหม่กับความชอบธรรม

- รัฐและการสร้างการครอบงำที่ชอบธรรมด้วยตัวเอง

- ความชอบธรรม: ความเชื่อ อุดมการณ์ และการครอบงำ

- การปกครองชีวญาณ (Governmentality)

- ความสมเหตุสมผลสาธารณะ (Public Justification) และความชอบธรรม

- ความเป็นห่วงเป็นใยในฐานะเงื่อนไขของชีวิตกับ “จุดอ่อนของสิทธิ”

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556

หนังสือรวมเล่ม

 

ผู้แต่ง: ธเนศ วงศ์ยานนาวา

ปีที่พิมพ์

หน้าปก

ชื่อหนังสือ

มี.ค. 2550 miniปฏิวัติบริโภค ปฏิวัติบริโภค: จากสิ่งของฟุ่ยเฟือยมาสู่สิ่งจำเป็น
ก.ค. 2551 เพศ: จากธรรมชาติ สู่จริยธรรม จนถึงสุนทรียะ
มี.ค. 2552 miniความไม่หลากหลาย ความไม่หลากหลายของความหลากหลายทางวัฒนธรรม
มี.ค. 2552 miniเชิงอรรถการปฏิวัติ 1968: เชิงอรรถการปฏิวัติ
พ.ค. 2552 miniศิลปะกับสภาวะสมัยใหม่ ศิลปะกับสภาวะสมัยใหม่: ความขัดแย้งและความลักลั่น
ก.พ. 2553 miniความรักความรู้ความตาย ความรัก ความรู้ ความตาย: รวม 4 บทความทางปรัชญาของมนุษย์ที่จัดประเภทไม่ได้
มิ.ย. 2554 miniความชอบธรรมการครอบงำ ความสมเหตุสมผลของความชอบธรรม (การครอบงำ)
ม.ค. 2556 miniมนุษย์โรแมนติค ม(า)นุษย์โรแมนติค
มี.ค. 2556 miniเขียนหญิง เขียนหญิง: อำนาจ โยนี และการเขียนของลึงค์
พ.ค. 2556 miniMaxWeber MAX WEBER: วิถีแห่งการบำเพ็ญตบะและอาชีพการเมือง
มิ.ย. 2556 miniเพศ2 เพศ: จากธรรมชาติ สู่จริยธรรม จนถึงสุนทรียะ (พิมพ์ครั้งที่2)

หมายเหตุ: ยังขาดหนังสือ เช: เกวารา กับความตาย

 

นามปากกา: ธนา วงศ์ญาณณาเวช

ปีที่พิมพ์

หน้าปก

ชื่อหนังสือ

ส.ค. 2551 miniหนังอาร์ต หนังอาร์ตไม่ได้มาเพราะโชคช่วย: ว่าด้วยการขึ้นมาเป็นศิลปะของภาพยนตร์ในสังคมบริโภค
ส.ค. 2554 miniใต้เตียงนักดนตรี1 ใต้เตียงนักดนตรี เล่ม 1: เซ็กซ์ รัก ของนักประพันธ์เพลง
ธ.ค. 2555 miniใต้เตียงนักดนตรี2 ใต้เตียงนักดนตรี เล่ม 2: ดนตรี เซ็กซ์ รัก ของนักประพันธ์เพลง

 

หนังสือที่เขียนถึงชีวประวัติ

ปีที่พิมพ์

หน้าปก

ชื่อหนังสือ

2549 mini07 สารนิพนธ์: ตัวตน (Self) ของธเนศ วงศ์ยานนาวา
ก.พ. 2552 miniPostmodernMan1 Postmodern Man: คนกับโพสต์โมเดิร์น: บทจำนรรจ์ว่าด้วยมนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้ (เล่ม 1)
ต.ค. 2555 miniPostmodernMan2 Postmodern Man: คนกับโพสต์โมเดิร์น: บทจำนรรจ์ว่าด้วยมนุษย์ที่ไม่สามารถจัดประเภทได้ (เล่ม 2)

วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553

ความรัก ความรู้ ความตาย

ความรักความรู้ความตาย

ความรัก ความรู้ ความตาย: รวม 4 บทความทางปรัชญาของมนุษย์ที่จัดประเภทไม่ได้

สำนักพิมพ์ศยาม, 2553

ISBN: 978-616-7122-07-6

 

บทความประกอบด้วย

- ความรัก (โรแมนติก) ความตาย และความรู้: ระบบวิธีคิดจาก ‘องค์ขาด’ ไปสู่ ‘องค์อนันต์’

- ความรัก/ ควมรู้/ ความตาย: เมื่ออาทิตย์อัสดง

- ความรู้ต้อง (ไม่) ห้าม: จักรญาณนิยม

- องค์รวม/ องค์ขาด/ องค์อนันต์

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553

ศิลปะกับสภาวะสมัยใหม่

 ศิลปะกับสภาวะสมัยใหม่

ศิลปะกับสภาวะสมัยใหม่: ความขัดแย้งและความลักลั่น

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย?, 2552

ISBN: 978-611-7196-02-7

 

บทความประกอบด้วย

- การออกแบบ/ ตัณหา

- พื้นที่: พิธีกรรม: ศิลปะ:

- ศิลปะ: ชุมชน: โบราณคดี: ตัวบท: ทัศนาธิปัตย์

- การรวมศูนย์ศิลปะของการกระจายตัวของศิลปะและการเมือง: จากสภาวะหลังสมัยใหม่สู่สภาวะสมัยใหม่

- สภาวะสมัยใหม่กับศิลปะ: ความลักลั่นที่คงเส้นคงวาและจุดจบ (?)

 

หมายเหตุ: หนังสือเล่มนี้ไม่มีวางจำหน่าย เฉพาะคนที่ซื้อหนังสือ 1968 เชิงอรรถการปฏิวัติ และ 'ความไม่หลากหลาย' ของความหลากหลายทางวัฒนธรรม พร้อมกันทั้งสองเล่มในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ โดยหนังสือส่งทางไปรษณีย์ตามหลัง